โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ด้านสาธารณสุข จำนวน 1 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการ
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลและคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง โดยต้องสำเร็จหรือกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และมีผลงานวิชาการด้านสาธารณสุข
เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 สมัครได้ด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ ทางอีเมล หรือผ่านระบบ e-Recruitment Online ที่ ระบบ e-Recruitment Online
ตำแหน่งที่เปิดรับ
ตำแหน่ง | จำนวน | เงินเดือน | หน่วยงานและรายละเอียด |
|---|---|---|---|
อาจารย์ ด้านสาธารณสุข | 1 อัตรา | 41,000 บาท/เดือน | กลุ่มวิชาการและหลักสูตร โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ครอบคลุมสาขาสาธารณสุขศาสตร์ บริหารสาธารณสุข ระบาดวิทยา อนามัยชุมชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย |
ปัดตารางไปทางขวา เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกและผ่านการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์แล้ว
สำเร็จการศึกษาในสาขาด้านสาธารณสุขศาสตร์ ได้แก่ สาธารณสุขศาสตร์ บริหารสาธารณสุข ระบาดวิทยา อนามัยชุมชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือสาขาด้านการพยาบาล ได้แก่ การพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน การพยาบาลอนามัยชุมชน และการพยาบาลอนามัยครอบครัว
ไม่จำกัดเพศ อายุไม่เกิน 40 ปี หากเป็นเพศชายต้องได้รับการยกเว้นหรือผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว
มีใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน หรือใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลที่ยังไม่หมดอายุ
มีผลงานวิชาการด้านสาธารณสุข เช่น บทความหรืองานวิจัย ทั้งในหรือต่างประเทศ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 4 ปี
ผู้มีตำแหน่งทางวิชาการตั้งแต่ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป สามารถยื่นขอเทียบตำแหน่งทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยมหิดลได้ตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
เกณฑ์ภาษาอังกฤษ
ผู้สมัครต้องมีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษที่มีอายุไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันที่ยื่นใบสมัคร โดยคะแนนขั้นต่ำสำหรับตำแหน่งอาจารย์มีดังนี้
ประเภทคะแนนทดสอบ | ตำแหน่งอาจารย์ | ตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ |
|---|---|---|
IELTS (Academic Module) | 6 | 3 |
TOEFL IBT (Internet Based) | 79 | 29 |
TOEFL-iTP | 550 | 390 |
MU GRAD Test | 80 | 36 |
MU GRAD PLUS | 90 | 40 |
CU-TEP (Internet Based) | 75 | 40 |
TU-GET (Paper Based) | 550 | 350 |
TU-GET (Computer Based) | 80 | 35 |
ปัดตารางไปทางขวา เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
สามารถยื่นคะแนน MU GRAD Test และ MU GRAD PLUS ในรูปแบบคะแนนที่ดีที่สุด (My Best Score) ได้
ยกเว้นการใช้คะแนนภาษาอังกฤษสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกขึ้นไปที่มีผลคะแนนก่อนเข้าศึกษาตามเกณฑ์มหาวิทยาลัย หรือผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรนานาชาติที่จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
ลักษณะงานและการคัดเลือก
ปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการ
พิจารณาคุณสมบัติ สอบสอน และสอบสัมภาษณ์ โดยผลการพิจารณาของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องมีความพร้อมและสามารถเริ่มปฏิบัติงานกับมหาวิทยาลัยมหิดลได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2570 เป็นต้นไป การบรรจุและแต่งตั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยกำหนด
เอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร
รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป
สำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษาและใบรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หรือหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ
สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชน อย่างละ 1 ฉบับ
สำเนาใบประกอบวิชาชีพสาธารณสุข หรือใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล จำนวน 1 ฉบับ
ใบรับรองการทำงาน ถ้ามี
ผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ผลงานวิจัย ผลงานที่มีสิทธิบัตร หรือนวัตกรรม ถ้ามี
หลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบรับรองการเกณฑ์ทหาร ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล และทะเบียนสมรส
วิธีสมัครและสถานที่ยื่นใบสมัคร
ยื่นใบสมัครได้ที่สำนักงานโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล อาคารอำนวยการกลาง ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ หรือส่งทางไปรษณีย์ โดยวงเล็บมุมซองว่า “สมัครงาน” ถึงงานทรัพยากรบุคคล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 402/1 หมู่ 5 ตำบลบัวทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ 60130
สมัครทางอีเมลได้ที่ [email protected] หรือกรอกใบสมัครผ่าน ระบบ e-Recruitment Online สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 08-8274-3113
กำหนดการประกาศรายชื่อ
มหาวิทยาลัยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกภายในวันที่ 4 ธันวาคม 2569 ทางเว็บไซต์ของโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล
สวัสดิการและสิทธิประโยชน์
ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล: ประกันสังคม สวัสดิการรักษาพยาบาลมหาวิทยาลัยสำหรับตนเองและครอบครัว วงเงิน 20,000 บาท/15,000 บาทต่อปี และสวัสดิการสุขภาพแบบยืดหยุ่น 5,000 บาทต่อปี สำหรับผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไป
ด้านการเงิน: สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชยการพ้นสภาพ เงินช่วยพิเศษและเงินสงเคราะห์ สินเชื่อสวัสดิการ และฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา
การพัฒนาบุคลากร: งบประมาณสนับสนุนการอบรมประจำปี และเงินทุนสนับสนุนการทำผลงานวิจัยและการนำเสนอผลงานตามหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย